เมื่อวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2569 ได้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยมีศาสตราจารย์ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ พร้อมด้วยนายประเสริฐ จันทรวงศ์ทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะรองประธานกรรมการ และนายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นกรรมการและเลขานุการ
ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยนายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รองศาสตราจารย์ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ตลอดจนผู้แทนจากปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงการคลัง ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย และผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ในส่วนของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เข้าร่วมประชุม ได้แก่ นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองศาสตราจารย์ประภาภัทร นิยม นายสมศักดิ์ พะเนียงทอง นางปิยาภรณ์ มัณฑะจิตร ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ รองศาสตราจารย์ปัทมาวดี โพชนุกูล และรองศาสตราจารย์สุธีระ ประเสริฐสรรพ์ รวมถึงศึกษาธิการจังหวัดในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาทั้ง 20 จังหวัด ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกันผ่าน Zoom
ศาสตราจารย์ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ประธานกรรมการ ได้กล่าวต่อที่ประชุมถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการผ่านกลไกพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาว่า “พื้นที่นวัตกรรมการศึกษาตามพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. 2562 คือ กลไกที่เหมาะสมที่สุดในการทดลอง ปลดล็อก และพิสูจน์แนวทางนโยบายต่าง ๆ ทั้งของกระทรวงศึกษาธิการและความร่วมมือกับภาคส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ ก่อนขยายผลสู่ระดับประเทศ” แนวคิดในการขับเคลื่อน 5 ด้าน ประกอบด้วย
ด้านที่ 1 การลดภาระงานครู ผ่านระบบครัวกลาง (Cloud Kitchen) และการบริหารทรัพยากรร่วมกัน
ด้านที่ 2 การรื้อสูตรความเหลื่อมล้ำทางงบประมาณและการเข้าถึงสถานศึกษาที่มีคุณภาพ ด้วยสูตรงบประมาณแบบถ่วงน้ำหนัก และระบบรถรับส่งนักเรียนสำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก
ด้านที่ 3 การยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง ผ่านหลักสูตรฐานสมรรถนะ นำร่องปรับและออกแบบหลักสูตรตาม Curriculum Framework และ AI Literacy Framework พร้อมปรับวิธีการจัดการเรียนรู้และวิธีการวัดและประเมินผล
ด้านที่ 4 การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น ผ่านระบบธนาคารหน่วยกิต และโครงการ Thailand Zero Dropout PLUS
ด้านที่ 5 ด้านกฎหมายและโครงสร้างการบริหารจัดการ อาทิ การเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารบุคลากรในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา และการเตรียมแผนรองรับกรณีพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาสิ้นสุดอายุการบังคับใช้
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของมาตรการความปลอดภัยและระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียนและบุคลากรทางการศึกษาอย่างทันท่วงที โดยบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มแข็งและเป็นระบบ ขณะที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในฐานะผู้ประเมินอิสระ ร่วมกับหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ได้นำเสนอข้อมูลผลการดำเนินงานเชิงพื้นที่ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา เพื่อใช้เป็นฐานในการจัดทำแนวทางการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาในระยะ 7 ปีข้างหน้า
ในการนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อทำหน้าที่แทนหรือปฏิบัติงานตามที่คณะกรรมการนโยบายพื้นที่นวัตกรรมการศึกษามอบหมาย จำนวน 6 คณะ พร้อมทั้งได้พิจารณาเกี่ยวกับองค์ประกอบ จำนวน คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา เพื่อให้การขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาสามารถตอบโจทย์การพัฒนาการศึกษาในอนาคตของประเทศ







